Wonder Woman ซุปเปอร์ฮีโร่หญิง จากเผ่าอเมซอน ผู้กอบกู้ชื่อเสียงจากหนังฮีโร่ดีซี

Wonder Woman อย่าง ดีซีคอมิกส์ ซึ่งเป็นการหยิบเอา ตัวละครสำคัญ ของทีมสมาชิกจัสติสลีก กลุ่มที่รวบรวมซุปเปอร์ฮีโร่ จำนวนมากเอาไว้ด้วยกันและยังเป็นการเล่าเรื่องราวของ เจ้าหญิงไดอาน่า ในอดีต ก่อนที่จะเข้าร่วมกลุ่ม จัสติสลีก หลังจากที่เคยมีบทบาท มาแล้วบ้าง โดยมีการปูเนื้อเรื่อง คร่าว ๆ มาแล้ว จากภาพยนตร์เรื่อง Batman v Superman: Dawn of Justice ซึ่งออกฉาย

มาก่อนหน้านี้ ในปี 2016 ซึ่งในหนัง จะเป็นการย้อนอดีต ไปในช่วงยุคสงครามโลก ครั้งที่หนึ่ง ซึ่งเป็นก่อนเหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้นใน Batman v Superman เป็นเวลานานเลยทีเดียว โดยเค้าโครงเรื่อง จะเล่าถึงจุดเริ่มต้น ตั้งแต่ตอนที่ ไดอาน่า หรือวันเดอร์วูเม็น

ยังเป็นเด็ก โดยจะอธิบาย ให้เห็นถึงจุดมุ่งหมาย ของนักรบเผ่าอเมซอน ที่เกิดมาเพื่อต่อสู้ และมีจุดมุ่งหมาย ที่จะจัดการกับ เอเรียส เทพเจ้าแห่งสงคราม ซึ่งในภาคนี้เอง เธอก็จะได้ออกไปเผชิญ กับโลกภายนอก ที่กำลังวุ่นวาย กับภัยสงคราม เป็นครั้งแรก เพื่อที่จะต่อสู้

เพื่อหยุดสงคราม และจัดการกับเอเรียส เทพเจ้าที่ยุยง ให้เกิดสงครามขึ้น โดยออกฉายเมื่อปี 2017 และสามารถสร้างรายได้ สูงมากถึง แปดร้อยยี่สิบล้านเหรียญดอลลาร์ ซึ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ กลายเป็นหนังที่ทำรายได้ สูงที่สุดเป็นอันดับเจ็ด

Star Trek

ของหนังทำเงิน ในปีนั้น และยังเป็นภาพยนตร์ ที่ได้รับคำวิจารณ์ ไปในแง่บวก มากกว่าภาพยนตร์ จากจักรวาลดีซี ที่เคยสร้างออกมาก่อนหน้านี้ ทั้งสามเรื่อง นับว่าเป็นการกลับมา กอบกู้ชื่อเสียง ให้กับเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่น ๆ ของทางค่าย ทั้งทางด้านของรายได้

และคำวิจารณ์เลยล่ะ ซึ่งก็ได้ผู้กำกับหญิง อย่าง แพตตี้ เจนกินส์ จากภาพยนตร์เรื่อง Monster และได้นักแสดงอย่าง กัล กาด็อท ดาราสาวชื่อดัง จากภาพยนตร์ชุด เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส ซึ่งได้กลับมารับบท เป็นวอนเดอร์ วันเดอร์วูแมน อีกครั้ง มาร่วมแสดงคู่กับ

คริส ไพน์ นักแสดงดัง จากภาพยนตร์ชุด สตาร์เทร็คเรื่องราวจะเริ่มต้น เล่าถึงตอนที่ตัวของไดอาน่า ยังอยู่ในวัยเด็ก โดยอาศัยอยู่บนเกาะ เธอมิสซิร่า ในอเมซอน ที่ซึ่งที่อยู่ ของชนชาวเผ่านักรบ ซึ่งเป็นผู้หญิงล้วน ในตำนาน ตัวเธอนั้นต้องการที่จะฝึกฝน

เพื่อให้ได้เป็นอย่างนักสู้ เหมือนกับคนอื่น ๆ แต่ราชินีฮิปโปลิตา แม่ของเธอ ก็ได้ห้ามเธอเอาไว้ โดยได้เล่าเรื่อง ตำนานของเทพเจ้าซุส ผู้ซึ่งเป็นผู้สร้าง มนุษย์ทั้งหลาย และเรื่องของ เอเรียส เทพเจ้าแห่งสงคราม ที่เป็นผู้ยุยง ให้มนุษย์นั้น เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

และก่อให้เกิด กลายเป็นสงคราม ซึ่งนั้นก็ทำให้เทพคนอื่น ๆ พยายามที่จะหยุดยั้งเอเรียส เอาไว้ให้ได้ แต่ด้วยความแข็งแกร่ง ของเทพเจ้าแห่งสงคราม เทพเหล่านั้น จึงถูกเอเรียส สังหารจนตายทั้งหมด นั้นทำให้ซุส ต้องสร้างอาวุธ ที่เอาไว้จัดการกับเอเรียส

และมอบมัน ให้กับชาวอเมซอน และสร้างเกาะเธอมิสซิร่า เพื่อซ่อนตัวพวกเขา เอาไว้จากโลกภายนอก โดยหลังจากได้ฟังเรื่องตำนานนี้แล้ว ก็ทำให้ไดอาน่านั้น อยากที่จะได้เห็นอาวุธอันนั้น ซึ่งตัวฮิปโปลิตา ก็ได้ให้เธอดูดาบ God Killer ดาบซึ่งสามารถ ฆ่าเทพเจ้าได้

Wonder Woman คือภาพยนตร์แอคชั่น ที่มีที่มาจาก หนังสือการ์ตูนชื่อดัง จากค่ายการ์ตูน ของอเมริกัน

ถึงแม้ใจจริงฮิปโปลิตา จะยังไม่ต้องการให้ไดอาน่าฝึกฝนในตอนนี้ แต่จากคำแนะนำของ แม่ทัพ แอนไทโอพี ที่โน้มน้าว ให้ฝึกไดอาน่าไว้ เพื่อให้พร้อมกับ การต้องเผชิญหน้ากับเอเลียส ในอนาคต จึงทำให้ฮิปโปลิตา ต้องยินยอม ให้ฝึกอย่างไม่ได้เต็มใจนัก เหตุการณ์ผ่านมา จนกระทั่งไดอาน่า โตเป็นสาว ก็เกิดเหตุการณ์ เครื่องบินตก เข้ามาในบริเวณ เกาะเธอมิสซิร่า และจมลงสู่มหาสมุทร ซึ่งไดอาน่าที่ได้เห็นเหตุการณ์

ก็ได้ดำน้ำ เข้าไปช่วยเหลือนักบินคนนั้น และพาขึ้นฝั่งมาที่เกาะ และนั่นเอง ก็ทำให้เธอ ได้พบเข้ากับสตีฟ เทรเวอร์ เป็นครั้งแรก เขาถูกสอบปากคำ จากชาวอเมซอน ทราบได้ว่าสตีพนั้น คือสายลับชาวอังกฤษ ของกลุ่มพันธมิตร และได้เล่าเรื่อง เกี่ยวกับโลกครามโลก

ที่กำลังเกิดขึ้น อยู่ในโลกภายนอก รวมทั้ง แผนการของนายพล เอริช ลูเดินดอร์ฟ ของฝ่ายเยอรมัน ที่ต้องการจะใช้อาวุธชีวภาพ เป็นอาวุธหลัก ในสงครามครั้งนี้ ซึ่งหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ไดอาน่าก็รู้ดีว่า ทั้งหมดนี้ เอเรียส จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่

เธอจึงตัดสินใจ ที่จะช่วยเหลือสตีฟ ให้สามารถกลับไปยังประเทศของเขา และบอกแผนการเหล่านั้นได้ แต่ต้องแลกกับการที่เขา จะต้องพาเธอไปด้วย เพื่อที่เธอนั้น จะได้ไปหยุดเอเรียส ซึ่งตัวของสตีฟ ก็ได้ตกลง และพาไดอาน่า ออกมาจากเกาะเธอมิสซิร่า

เพื่อที่จะไปหยุดยั้งแผนการของนายพลลูเดินดอร์ฟ และจบสงครามคือ จุดเปลี่ยนของแนวหนังดีซี จากที่เน้นเรื่องของความดาร์ก และจริงจังเป็นหลัก เปลี่ยนเป็นให้ความรู้สึกที่หลากหลายมากขึ้นไม่ได้มีแค่ความจริงจัง อย่างเดียว เหมือนกับภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ

ของจักรวาลดีซีก่อนหน้านี้ ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะ ภาพยนตร์แนวซุปเปอร์ฮีโร่ ที่เน้นแนวมืดหม่น และจริงจังเกินไปนั้น ได้รับความนิยม ไม่สูงเท่ากับภาพยนตร์ฮีโร่ ที่แฝงคอมเรื่องคอมเมดี้ต่าง ๆ แทรกไปบ้าง อย่างฝั่งของจักรวาลฮีโร่ ของทางฝั่งมาเวล

รีวิวหนัง

ซึ่งก็ได้รับความนิยมมากกว่า ในเรี่องของรายได้ จึงทำให้ Mood & Tone ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำออกมาให้รู้สึกสบาย และผ่อนคลาย มากขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งยังมีการสอดแทรกมุขตลก ๆ เข้าไปบ้างในบางฉากอีกด้วย โดยตัวหนังนั้น เน้นการนำเสนอ

ในมุมมองของความเป็นเฟมินิส ที่ค่อยข้างสูงเลยทีเดียว ถึงแม้บริบททางสังคมในหนังนั้น จะเป็นเหตุการณ์ ในช่วงของ สงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็ตาม แต่ก็ยังมีการทำให้เห็นว่า ถึงแม้จะเป็นผู้หญิง แต่ความสามารถต่าง ๆ นั้น ก็สามารถทำได้ดี ไม่แพ้ผู้ชายเช่นกัน

และอาจจะทำได้ดีมากกว่าอีกด้วย จากฉากในบางฉาก และความสามารถของตัวละครผู้หญิงหลาย ๆ คน ถึงแม้การดำเนินเรื่อง ในช่วงต้นของเรื่องนั้น อาจจะดูช้าไปบ้าง เพราะจำเป็นต้อง เล่าให้เห็นถึงรายละเอียด และปูปูมหลัง ของตัวละครหลักอย่างวันเดอร์วูเม็น หนังใหม่

ซึ่งก็ทำออกมาได้ดี และสามารถคลายข้อสงสัย พร้อมกับรู้ที่มาที่ไป ของตัววันเดอร์วูเม็น ได้เป็นอย่างดี และก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ เพราะมันจะเป็นจุดดสำคัญที่ทำให้นั้น สามารถเข้าไปรวม ในจักรวาลดีซีได้ ฉากแอคชั่นของหนัง Star Trek

สามารถทำออกมาได้ดี และสนุกสตามสไตล์ของดีซี ที่คงยังเน้นเรื่องของการ ใช้เทคนิคสโลว์โมชั่น เข้ามาใช้ในฉาก พร้อมกับโทนสีของ ช่วงแอคชั่น ที่ยังคงให้ถึงความรู้สึกน่าติดตาม และมีความเท่ในแบบของมันเอง โดยแต่ละฉาก ที่อยู่ในหนัง ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องย้อนยุคไปบ้าง แต่ก็สามารถทำออกมาได้ดี และสมจริงเลยทีเดียว